


ยกกระชับหน้า แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ลดริ้วรอย และร่องลึกต่าง ๆ บนใบหน้า
ด้วยเทคโนโลยี MMFU ของ Ultraformer III เพื่อกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน
เพิ่มความตึงกระชับของผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
โดย ZINCIA AESTHETIC CLINIC คลินิกเสริมความงาม อยุธยา

Ultraformer III เป็น 1 ในยี่ห้อของ HIFU ที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี แต่เหนือกว่า HIFU ธรรมดา เนื่องจากใช้เทคโนโลยี MMFU (Macro & Micro Focused Ultrasound) ที่สามารถสร้างคลื่นเสียงที่มีความเข้มและจำเพาะสูง จึงส่งพลังงานเข้าไปถึงชั้น SMAS ชั้นผิวที่ใช้ในการศัลยดึงหน้า ทำให้ผิวเกิดการหดตัว และยกกระชับขึ้น
เรานำ Ultraformer III มาช่วยอะไรบ้าง ?


Ultraformer III ใช้เทคโนโลยียกกระชับผิวหน้าด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงเฉพาะจุด หรือ MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ในการส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์ไปยังชั้นผิว เพื่อทำให้เซลล์ผิวหนังบริเวณที่ถูกกระตุ้นผลิตคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ทำให้ผิวตึงกระชับ โดยสามารถส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์ลงสู่ใต้ชั้นผิวหนังได้ทุกชั้น รวมถึงผิวชั้น SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นผิวที่ไว้ใช้ในการดึงหน้าด้วย
อัลตร้าฟอร์เมอร์ 3 เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวที่มีริ้วรอย ร่องลึก ผิวหย่อนคล้อยเมื่ออายุเพิ่มขึ้น จึงต้องการยกกระชับผิวให้อ่อนขึ้น ผิวอิ่มฟูขึ้น รวมถึงผู้ที่อยากปรับรูปหน้า ยกกระชับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น และไม่ต้องพักฟื้น สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
ระยะเวลาในการทำ Ultraformer III ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่แพทย์แนะนำ และจำนวนช็อตหรือไลน์ที่ใช้ โดยมีระยะเวลา อยู่ที่ประมาณ 30-50 นาที แต่ก่อนจะเริ่มทำ แพทย์ของ ZINCIA AESTHETIC CLINIC จะประเมินสภาพผิว และให้คำแนะนำกับทุกเคสก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดผิวหน้าและแปะยาชาให้กับผู้รับบริการประมาณ 30 นาที เพื่อลดความเจ็บปวดในระหว่างที่แพทย์ใช้พลังงานคลื่นอัลตร้าซาวด์ ไปยังชั้นผิว
หลังจากทำอัลตร้าฟอร์เมอร์ 3 คนไข้จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งจะเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำ จะประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อชั้นผิวได้รับการกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนแล้ว จะส่งผลให้เห็นชัดเจนขึ้น ภายในระยะเวลา 1-3 เดือน และอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล จึงควรทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้คงที่ดีที่สุด
การทำ Ultraformer III ขึ้นอยู่กับความต้องการและสภาพผิวหน้าของแต่ละบุคคล โดยปกติแล้วสามารถทำได้ทุก ๆ 6 เดือน หรือ 12 เดือน สำหรับผู้ที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ถ้าเพิ่งทำเป็นครั้งแรก ควรทำทุก ๆ 3-4 เดือน อย่างไรก็ตาม แพทย์จะเป็นผู้แนะนำคนไข้แต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ตรงกับความต้องการของผู้รับบริการมากที่สุด